Friday, March 28, 2008

กิจกรรมมหาสงกรานต์ อานิสงค์การก่อเจดีย์ทราย

อานิสงค์การก่อเจดีย์ทราย

อานิสงค์การก่อเจดีย์ทรายการที่เรานึกถึงสิ่งใดแล้วทำให้ใจเราผ่องใส สูงส่ง และมีความสุขยิ่งนึกถึงบ่อย ก็ยิ่งมีความสุข เพิ่มยิ่งขึ้น สิ่งนั้นจะต้องมี ความบริสุทธิ์มากๆและมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ไม่มีประมาณ การนึกถึงพระสัมมา สัมพุทธเจ้า เท่านั้นทำให้ใจสูงส่ง มีความสุข เพราะพระองค์มี พระคุณ ยิ่งใหญ่ต่อสรรพสัตว์แต่เพียงอย่างเดียว

แม้พระดาบสผู้เป็น นักบวชในกาลก่อน เมื่อชีวิตก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงส่งมีลูกศิษย์ ที่ให้ความ เคารพมากมาย เฉพาะที่ออก
บวชตามก็มากถึง ๔๐,๐๐๐ คน ยังต้องนึกถึง และบูชาพระสัมมา สัมพุทธเจ้าดังเรื่องของดาบส นามว่า นารทะ

ย้อนไปในอดีตยาวนานนับแสนกัป ได้มีดาบสท่านหนึ่ง ถือเพศเป็นนักบวช สร้างอาศรมบทบำเพ็ญพรต อยู่ที่ภูเขา ลูกหนึ่งชื่อว่า เหมกะ ไม่ไกลจาก ภูเขาหิมวันต์เป็นผู้มีตบะธรรม แก่กล้า ทรงอภิญญา สมาบัติ มีลูกศิษย์เป็นชฎิล
คอยอุปัฏฐากบำรุง ให้ความเคารพ สักการบูชามากถึง ๔๐,๐๐๐ องค์

ตัวท่านเองมาคิดว่า มหาชนพากันมาบูชาเรา แต่เราไม่ได้บูชาสิ่งใดเป็นการไม่สมควรเลย ผู้ที่จะว่ากล่าว สั่งสอนก็ไม่มี เราเป็นคน ไม่มีอุปัชฌาย์อาจารย์ เป็นคนอนาถา ไร้ที่พึ่งที่ระลึก จึงมานั่ง ใคร่ครวญดูว่า เราควรแสวงหาบุคคลที่เรา ควรเคารพบูชา ชีวิตจึงจะมีคุณค่า การอยู่ป่าก็ จะไม่เปล่า ประโยชน์เนื่องจากเป็นผู้ทรง อภิญญา สามารถ ระลึกชาติได้ถึง 40 กัป จึงระลึกชาติย้อนหลังไปดูก็ได้พบ ผู้รู้ที่ยิ่งใหญ่ คือพระสัมมา สัมพุทธเจ้าเกิดความปีติเลื่อมใส ดีใจว่า เราได้พบ อาจารย์ผู้เป็นที่สักการบูชาแล้ว

ในที่ไม่ไกลจากอาศรม ของท่านมีแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งมีชายหาดที่ราบเรียบ สวยงามน่ารื่นรมย์ใจ เต็มไปด้วยทราย ที่ขาวสะอาด ท่านจึงไปที่ หาดทรายนั้นตะล่อมเอาทราย มาก่อเป็นเจดีย์ทราย ขึ้น เพื่อเป็น เครื่องระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อก่อพระเจดีย์เสร็จแล้ว ก็ให้หุ้มปิด ด้วยแผ่นทองคำ กลายเป็นเจดีย์ทองที่สูงค่า แล้วก็นำดอก กระดึงทองมา ๓,๐๐๐ ดอกกระทำการบูชาที่เจดีย์นั้น เกิดความอิ่มเอิบ เบิกบานใจ ได้ประณมมือไหว้ทั้งในเวลาเช้า และเวลาเย็น โดยมีจิตเคารพ เลื่อมใส ในพระสัมมา สัมพุทธเจ้าประดุจว่ากระทำการบูชาต่อเบื้องพระพักตร์

คราวใดที่เกิดกิเลส นึกถึงกามารมณ์ ท่านก็จะมองไปที่พระเจดีย์นั้นนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวสอนตนว่า ท่านควรระวังกิเลสไว้ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ การปล่อยให้กิเลสเกิดขึ้น ไม่สมควรแก่ท่านเลย เมื่อท่านนึกพระเจดีย์ทราย ก็เกิดความเคารพ ขึ้นมาพร้อมกัน กล่าวสอนตนอยู่อย่างนั้น ความนึกคิดที่น่ารังเกียจ ก็ระงับไป ความเลื่อมใสเข้ามาแทนที่ท่านบูชาพระเจดีย์ มีพุทธานุสสติเป็น อารมณ์อยู่อย่างนั้นทุกค่ำเช้า จนตลอด เมื่อละโลกแล้วได้ไป บังเกิดในพรหมโลก เสวยพรหมสมบัติ มีความสุขอยู่ในฌานสมาบัติ ตลอดกาลนาน เมื่อสิ้นอายุขัย ของพรหมแล้วก็ได้ เลื่อนลงมาเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นท้าว สักกะจอมเทพ อีกยาวนานถึง ๘๐ ครั้ง หมดบุญจากสวรรค์มาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระราชาธรรมดา อีกนับครั้งไม่ถ้วน

เพราะผลแห่งการก่อพระเจดีย์ทราย และทำการบูชา ด้วยดอกกระดึงทองนั้นจะไปเกิดในที่ไหนก็มี ผิวกายละเอียด งดงามดังทอง ฝุ่นละอองไม่จับผิวกายภพชาติสุดท้าย ในสมัยพุทธกาล ได้มาเกิดใน ตระกูลพราหมณ์มหาศาล มีโภคสมบัติมากได้เห็นมารดา บิดานำสถูป ทองออก มาบูชาโดยมุ่งตรงต่อ พระบรมศาสดา ทุกวันจึงนึกถึงเจดีย์ ทราย หุ้มทอง ในอดีตของตน จึงออกบวชเป็นสามเณร อยู่กับพระสารีบุตรเถระ เนื่องจากเคยมี พุทธคุณเป็นอารมณ์อยู่แล้ว เมื่อเจริญภาวนา นั่งเพียงแค่ครั้งเดียว ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ตั่งแต่อายุ ๗ ขวบ พระบรมศาสดา ทรงทราบ ถึงการ บรรลุคุณวิเศษของท่าน จึงทรงประทาน การอุปสมบท ให้เป็นพระภิกษุ แต่นั้นมา

ความรู้จากเวป กัลยาณมิตร

Thursday, March 27, 2008

กิจกรรมมหาสงกรานต์ ทำไมต้องก่อเจดีย์ทราย


ประเพณีก่อเจดีย์ทรายเป็นประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่ปฏิบัติในเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งจัดขึ้นในตอนเย็นของวันที่ 14 เมษายน

ทำไมต้องมีประเพณีนี้ ?

จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ทำให้เราทราบว่าการก่อเจดีย์ทราย นี้เกิดจากความเชื่อว่าเป็นการสร้างปราสาทหรือที่อยู่ไว้บนสวรรค์ เวลาที่ตายไปจะได้มีที่อยู่อาศัยซึ่งได้สร้างไว้ก่อนแล้ว เพราะในสมัยก่อนคนจะเชื่อในระบบโลกภูมิเรื่องสวรรค์ ทั้งนี้เพราะความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากยากเข็ญ และมีการแข่งขันกันสูงในสังคม พวกเขาต้องหาที่พึ่งทางใจ การเชื่อเรื่องสวรรค์เป็นหลักประกันกับชีวิตว่าจะมีความสุขเมื่อละสังขารไป อย่างน้อยก็เป็นความสุขทางใจยามมีชีวิตอยู่นั่นเอง

สำหรับการปฏิบัติในอดีตนั้น ชาวบ้านจะพากันไปตักทรายตามแม่น้ำในหมู่บ้าน ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนในสังคมได้ทางหนึ่ง การขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์ทรายนี้ มีภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นแฝงอยู่ด้วย คือทรายที่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างศาสนสถานต่างๆที่ยังสร้างไม่เสร็จภายในวัดนั่นเอง

ผู้เฒ่าผู้แก่จะก่อเจดีย์ทรายของหมู่บ้าน 1 กอง หลังจากนั้นแต่ละครอบครัวแต่ละเครือญาติ ก็จะมาร่วมกันก่อเจดีย์ทรายเป็นของเครือญาติอีก 1 กอง เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก สำหรับการก่อเจดีย์ทรายร่วมกันนั้น เพราะจะได้ทำให้คนในเครือญาติได้ใกล้ชิดกัน มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ก่อให้เกิดการยอมรับและความสงบสุขตามมา
ปัจจุบันนี้วิธีปฏิบัติดังกล่าวได้เปลี่ยนไป ไม่มีการขนทรายเข้าวัดอีกต่อไป เพราะมีผู้นำมาบริจาคให้เป็นลำรถ เพียงเพราะคิดว่าพวกเขาได้ทำบุญที่ยิ่งใหญ่ โดยขาดความเข้าใจว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการทำลายภูมิปัญญาความสัมพันธ์ของคนในสังคม และทำให้ประเพณีก่อเจดีย์ทรายเลือนหายไปจากกิจกรรมที่ในเทศกาลปีใหม่ไทยของเรา


Wednesday, March 26, 2008

สงกรานต์มหามงคล ตอน...ก่อบุญ

ความหมายของประเพณีสงกรานต์

คำว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้นหรือเคลื่อนที่ หมายถึง ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนจาก ราศีมีนสู่ราศีเมษ ถือว่าเป็นสงกรานต์ปี จะเรียกพิเศษว่า “มหาสงกรานต์” อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นการนับทางสุริยคติ จะตกอยู่ในระหว่างวันที่ ๑๓ , ๑๔ และ ๑๕ เมษายน โดยแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้


วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ มาแล้ว ๑๒ เดือน ซึ่งวันที่ ๑๓ เมษายนนี้ทางการ ยังกำหนดให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ด้วย เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งมักเป็นบุพการีหรือผู้อาวุโสที่เคยทำคุณประโยชน์แก่ชุนชน/บ้านเมืองหรือสังคมนั้นๆมาแล้ว


วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเรียบร้อยแล้ว วันนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น “วันครอบครัว” ด้วย


วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือ วันพญาวัน คือ วันเริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ หรือวันเริ่มปีใหม่





กิจกรรมที่ทำในประเพณีนี้ประกอบด้วย การทำบุญตักบาตรนำอาหารไปถวายพระ ถือเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นการกล่อมจิตใจให้รู้จักการให้และเสียสละ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก็เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับไปแล้ว การสรงน้ำพระทั้งพระภิกษุและพระสงฆ์ ก็เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการแสดงความเคารพต่อปูชนียบุคคลผู้สืบทอดพระศาสนา การรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ เป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เป็นการแสดงความอ่อนน้อม ถ่อมตน ทำให้ท่านเมตตาเอ็นดู และการที่ท่านให้พร ก็เป็นการเตือนสติให้เราเริ่มต้นชีวิตด้วยความไม่ประมาท การละเล่นรื่นเริงต่างๆ ก็จะช่วยให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น การก่อเจดีย์ทราย โดยนำทรายมาก่อเป็นเจดีย์ต่างๆในวัด จุดประสงค์ก็คือ ให้วัดได้ประโยชน์ในการก่อสร้างหรือใช้ถมพื้นต่อไป เพราะสมัยก่อนคนมักเข้าวัดทำกิจกรรมต่าง ๆ เขาก็ถือว่าทรายอาจติดเท้าออกไป ดังนั้นเมื่อถึงปีหนึ่งก็ควรจะขนทรายไปใช้คืนให้แก่วัด เป็นต้น


ความงดงามของประเพณีสงกรานต์อันประกอบด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เปรียบเสมือนสายใยความผูกพันแห่งอดีตกับปัจจุบัน เป็นสิ่งซึ่งแสดงถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง แต่กำลังจะถูกลบเลือนไปในสภาพปัจจุบัน กิจกรรมหลายอย่างได้ถูกยกเลิกไป การที่เราจะเรียกร้องให้ทุกสิ่งทุกอย่างในอดีตกลับคืนมาสู่ยุคปัจจุบันคงจะเป็นไปไม่ได้ หากเพียง แต่เราจะเริ่มต้นด้วยการแบ่งปันความเอื้ออาทรให้กันและกัน พิเคราะห์ดูความงามของประเพณีสงกรานต์ที่แท้จริง และเลือกสรรนำมาปฏิบัติให้เหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งจะเท่ากับว่าเราเป็นผู้หนึ่งที่จรรโลงประเพณีสงกรานต์ ด้วยความหมายที่แท้จริงให้อยู่คู่กับสังคมไทยสืบต่อไป